22 - วันวานในความทรงจำ (8) ดวงใจใต้เงาจันทร์(1)
posted on 01 Dec 2009 14:35 by biscuittin in Quills22 วันวานในความทรงจำ (8) ดวงใจใต้เงาจันทร์(1)
ในยามค่ำคืนอันมืดมิด แสงหนึ่งเดียวที่ปรากฏเป็นผู้นำทางแก่ผู้เดินทางในยามราตรีคงไม่เป็นอื่นใดนอกจากดวงจันทร์ และในคืนนี้ก็เช่นกัน ดวงจันทร์ดวงเดิมยังคงส่องสว่างท่ามกลางท้องนภาอันมืดมิด หากแต่วันนี้เจ้าเดือนเพ็ญดวงน้อยกลับดูเศร้าสร้อยเป็นพิเศษ ราวกลับจะตอบรับถึงอารมณ์ของใครหลายๆ คน
“เขา” ก็เป็นหนึ่งในนั้น
แม้จะเป็นเวลาค่ำคืน แต่เสียงกุบกับของม้าวิ่งก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวี่แววว่าจะหยุด บุรุษผมสีดำดั่งรัตติกาลก็ยังคงใช้แส้ในมือเร่งหวดใส่เหล่าอาชาให้วิ่งไปอย่างเร่งรีบ
ท่ามกลางความเงียบสงบ ภายในพื้นเกวียนกลับเอกเขนกไปด้วยร่างของบุรุษสองคน หนึ่งมีผมสีดำ อีกหนึ่งก็น้ำตาล และถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าที่ขอบตาของเจ้าหนุ่มคนนี้บวมแดงราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
แล้วผู้โดยสารคนสุดท้ายล่ะ...
นัยน์ตาสีเขียวมรกตกลับไม่อาจปิดตาหลับลงได้
โดยเฉพาะในเวลาเช่นนี้... เวลาที่แม้แต่เขาก็รู้... แม้ปรารถนาสักเพียงใด ก็ไม่มีวันหยุดเวลานี้ลงได้
เขาจะนอนหลับสนิทได้อย่างไร ในเมื่อเธอผู้เป็นดั่งดวงใจกลับทุกทรมาน
นัยน์ตาคู่สีเขียวที่ทอดมองไปยังร่างของเจ้าของผมสีน้ำตาลบัดนี้ แลดูอ่อนโยนอย่างยิ่ง แววตาคู่นี้เต็มไปด้วยความรู้สึกต่างๆ นาๆ ที่ในยามปกติไม่มีวันปรากฏให้เห็น
หลายปีแล้วที่เขาเฝ้ามอง เฝ้าดูแลเธอ แม้ในตอนเริ่มต้นอาจจะเป็นเพียงเพราะหน้าที่ แต่ด้วยกาลเวลาที่ผ่านมาก็ทำให้เขาได้ตระหนักถึงตัวตนของเธอ
เธอไม่ใช่กุลสตรี และยิ่งไม่ใช่คนดีเลอเลิศอะไร
ข้อเสียของเธอก็มีมากมายเสียจนคนทั่วไปก็บรรยายไม่หมด
แต่เธอ...ก็จริงใจ... และเชื่อมั่นในคำว่า “เพื่อน” เสมอมา
แม้ในบางคราจะไม่เคยแสดงออก... แต่การกระทำก็บอกได้ถึงทุกสิ่ง...
เธอ... อ่อนโยน...ในแบบของเธอ และเข้มแข็ง...มากเสียยิ่งกว่าบุรุษบางคน
เธอ... เปรียบเสมือนเดือนที่ส่องสว่างดุจเทพนำทางในยามราตรี
สำหรับเขาแล้ว เธอคือทุกสิ่ง... คือคนที่เขาพร้อมจะสละชีวิตให้ได้แม้จะต้องไปลงนรกขุมที่ลึกที่สุดก็ตาม
แต่สำหรับเธอ... เขากลับเป็นได้แค่เพียง “เพื่อน”
นั่นเพราะเธอ มี “ดวงตะวัน” ที่ส่องแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าอยู่เคียงกาย
เขาจึงทำได้แต่เพียงเป็น “เงา” ที่ จงรัก และภักดีต่อเพียงดวงจันทร์ดวงเดียว
เงา...ที่จะคอยติดตามแสงของดวงจันทร์ไม่ให้ห่าง
เงา...ที่จะคอยดูแลและปลอบโยนยามดวงจันทร์เศร้าหมอง
เงา...ที่จะไม่ยอมให้สิ่งใดมาบดบังดวงจันทร์
แม้จะเป็นดวงตะวันก็ตาม!
“โร”
เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อของเจ้าตัวทำให้เจ้าของนัยน์ตาสีเขียวหลุดออกจากภวังค์ แววตาของเจ้าตัวแปรเปลี่ยนไปเป็นนิ่งเฉยดั่งเดิมยามหันไปมองเฟรินที่กำลังนอนงัวเงียอยู่บนพื้น
“หลับต่อเถอะ เฟริน ไว้ถึงแล้วฉันจะปลุก” โร เซวาเรสเอ่ยเบาๆ
“แล้วนายล่ะ ทำอะไร ไม่หลับไม่นอนหรือไง” เจ้าตัวดีย้อน
“ก็แค่คิดอะไรอยู่”
นั่น... คือคำตอบที่เขาให้เธอ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วเขาอยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่า “ก็แค่คิดเรื่องของเธอ”
ท่ามกลางความเงียบ แววตาสองคู่สบกัน คู่หนึ่งดูครุ่นคิด อีกคู่ดูสงบนิ่ง และอยู่ๆ หัวขโมยตัวยุ่งก็ตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้น
“ฉัน... ต้องขอโทษนายเรื่องเมื่อกลางวันด้วย...ที่ว่านายออกไปอย่างนั้น”
นัยน์ตาคู่สีเขียวยังคงสงบนิ่งยามอีกฝ่ายกล่าวต่อ
“ฉัน...ไม่มีสิทธิที่จะว่านาย เรื่องที่นายไม่ยอมบอกฉันเรื่องคาโล ฉันรู้...ว่านายต้องทำตามหน้าที่ โดยเฉพาะเรื่องนี้...ที่เป็นคำสั่งโดยตรงของเจ้าพี่บ้านั่น” เฟรินกล่าวด้วยความสำนึกผิด และเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงไม่ปริปากอะไร เจ้าตัวก็อดไม่ได้ที่จะยั้วะขึ้นมานิดๆ
“อันที่จริงนายเองก็น่าจะไว้ใจฉันให้มากกว่านี้นะโร ไม่ว่าเฟย์จะพูดอย่างไร ฉันก็มีสิทธิที่จะรับรู้เรื่องเหล่านี้ไม่แพ้หมอนั่นเลย”
เมื่อได้ยินคนเป็นหัวขโมยกล่าวเช่นนั้น คนเป็นขอทานก็ทำได้เพียงแย้มรอยยิ้มออกมาเท่านั้น
“เรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว เฟริน เราสองคนต่างก็ทำงานร่วมกันมาหลายปี จะเปรียบเสมือนคู่หูก็ว่าได้ ฉันกล้าพูดว่าฉันรู้จักนายดีที่สุด ฉันถึงรู้ว่า... ถ้าบอกนายไป... นายคงจะรีบร้อนทำอะไรที่ตัวเองจะต้องเสียใจภายหลังเป็นแน่”
คำกล่าวของขอทานแห่งทริสทอร์ราวกับจะเสียดแทงเข้าไปในใจของเฟริน เดอเบอโรว์ แม้จนเจ้าตัวเองก็ไม่อาจโต้กลับได้
เพราะมันคือความจริง... ที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็รู้ดี แม้ไม่อยากยอมรับ... หากไม่นับเฟย์ คาโล และคิลแล้ว... โร อาจเป็นคนที่เข้าใจเขามากที่สุด
และในบางที อาจจะมากกว่าคาโลและคิลเสียด้วยซ้ำ
เพราะในเวลาหลายปีที่รู้จักกัน โร เซวาเรส ได้พิสูจน์ให้เขาเห็นหลายต่อหลายครั้ง...ว่าเจ้าตัวเข้าใจและยอมรับในตัวเขาเพียงใด
คู่หู...อย่างนั้นหรอ คำๆ นั้นอาจไม่เพียงพอที่จะบรรยายคนตรงหน้าได้เลยด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นความนิ่งเงียบของเฟริน คนเป็นขอทานก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างปลงอนิจจัง นัยน์ตาคู่สีเขียวมรกตฉายแววแห่งความห่วงใจอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนไปเป็นดังเดิม
“นาย... ยังมีคิลอยู่นะ มีเจ้าจอมเวทย์ดำนั่นด้วย และก็ยังมีเฟย์ แม้หมอนั่นไม่เคยพูดอะไร แต่ฉันก็รู้ว่าสำหรับพ่อมดดำแล้ว นายคือน้องสาวที่รักยิ่ง เฟย์จะต้องพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เรื่องนี้จบลงอย่างเร็วที่สุดอย่างแน่นอน”
โร เซวาเรส กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมาก่อน และเมื่อประกอบกับคำพูดที่ออกมา ก็ถึงกับทำให้คนอย่างเฟรินพูดอะไรไม่ออก
“และ... ถ้านายยังไม่หายกังวล นายก็ยังมีฉันคนนี้... ที่พร้อมจะเป็นคู่หูให้นายเสมอ”
“ขอบใจ... โร”
นั่นคือประโยคเดียวที่ออกมาจากปากของเฟริน เดอเบอโรว์ ก่อนที่เขาจะหลับตาลงกลับสู่ห้วงนิทราอย่างสงบสุข เพราะเขารู้ดีว่าแม้ในห้วงเวลาที่อันตรายที่สุด โร เซวาเรส ก็จะยังคงอยู่ตรงนี้เสมอ